เมื่อพระเจ้าโบดวง ทรงชักนำในหลวงให้เปลี่ยนศาสนา

เมื่อพระเจ้าโบดวง ทรงชักนำในหลวงให้เปลี่ยนศาสนา

เมื่อพระเจ้าโบดวง ทรงชักนำในหลวงให้เปลี่ยนศาสนา


โดย วิลาศ มณีวัต จากหนังสือ พระราชอารมณ์ขัน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีทั้งพระราชอารมณ์ขัน (humor) และพระราชปฏิภาณเชิงขันที่ฝรั่งเรียกว่า wit ถ้าจะถามว่า wit เป็นอย่างไร คงต้องตอบว่า เครื่องปรุง wit นั้นต้องมี

อารมณ์ขัน 1 ส่วน

ปฏิภาณ 2 ส่วน

ความฉลาดหลักแหลม 1 ส่วน

นำออกมาคลุกเคล้ากันเข้าเติมเปรี้ยวเค็มตามชอบก็จะได้เป็น wit ออกมา ใช้พริกขี้หนูโรยหน้าเสียหน่อยก็จะดียิ่ง

พูดถึงเรื่อง wit ของพระองค์ ก็ทำให้นึกถึงกษัตริย์โบดวงแห่งประเทศเบลเยียม ได้ทรงเล่าถึงกษัตริย์ต่างแดนพระองค์นี้ให้ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ฟัง และผมก็ฟังจาก พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ มาอีกต่อหนึ่ง


เรื่องมีอยู่ว่ากษัตริย์โบดวงได้เสด็จฯ มาเยือนประเทศไทยเป็นทางการ พร้อมด้วยพระบรมราชินี ระหว่างที่ประทับอยู่ในพระนครในฐานะเป็นราชอาคันตุกะนั้น ได้ทรงชักนำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นหลายครั้งให้เปลี่ยนศาสนาไปนับถือศาสนาคริสต์อย่างพระองค์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถามถึงเหตุผลที่ทรงชักชวน กษัตริย์พระองค์นั้นกราบทูลว่า พระองค์ทรงมีความรักใคร่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามาก ไม่อยากจะพลัดพรากห่างเหินจากกันเลย แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงนับถือศาสนาคริสต์ด้วยกันเท่านั้น เพราะศาสนาคริสต์สอนว่าคริสต์ศาสนิกชนเมื่อสิ้นชีพแล้วจะได้ไปอยู่ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าชั่วนิรันดร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ปฏิเสธคำทูลโดยตรง แต่ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า…

“พระพุทธศาสนาก็เชิดชูสัจจะ คือความจริง สอนให้ผู้นับถือเข้าถึงความจริง และสัจจะคือความจริงนั้น ย่อมมีสภาพเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้ปฏิบัติถูกทางแล้วย่อมจะเข้าถึงได้ ดังนั้น ถ้าคำสอนแห่งศาสนาคริสต์เป็นสัจธรรมและพระผู้เป็นเจ้ามีจริง แม้พระองค์นับถือพระพุทธศาสนาก็คงจะเข้าถึงเป็นแน่ แม้ว่าจะมีผู้อื่นคั่นอยู่ระหว่างพระองค์กับพระผู้เป็นเจ้าก็คงจะมีคนเดียวคือองค์กษัตริย์ ผู้ทรงชักชวนพระองค์เท่านั้น”

พระราชดำรัสนี้เป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระราชอาคันตุกะมาก จนถึงสนพระราชหฤทัยที่จะทรงศึกษาคำสอนแห่งพระพุทธศาสนา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้จัดหาหนังสือพระพุทธศาสนาภาษาอังกฤษส่งไปถวายในโอกาสต่อมา

ท่านมหาปิ่นบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่อง “แปลก” และน่าทึ่งในพระปรีชาสามารถเป็นอันมาก…ผมเล่าความจากกระแสพระราชดำรัสตรัสเล่าตามที่จำได้”

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ได้ทรงโต้ตอบกษัตริย์โบดวงดังกล่าวข้างต้นนั้น แสดงให้เห็นถึง wit ของพระองค์ได้อย่างแจ่มชัดที่สุด ทั้งยังแสดงว่าทรงเข้าพระราชหฤทัยในศาสนาทั้งสอง คือ พุทธและคริสต์อย่างลึกซึ้งถ่องแท้



โดย: สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ

ที่มา: http://www.secret-thai.com/article/15979/boduang/

Powered by MakeWebEasy.com