คุณอลิชา ตรีโรจนานนท์ อาจารย์ประจำคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้การเขียน

คุณอลิชา ตรีโรจนานนท์ อาจารย์ประจำคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้การเขียน

คุณอลิชา ตรีโรจนานนท์ อาจารย์ประจำคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้การเขียนว่า


๑. เน้นความรู้สึก เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกจะเปิดรับโลกได้ เมื่อไหร่ที่เราคิดจะปิดการรับรู้โลกภายนอก เราจะไม่เห็นตัวเอง จะเห็นคนอื่นได้อย่างไร. เราไม่กล้าจะรู้สึก. เราจึงคิดปิดกั้น
๒. ตัดความสงสัย ไม่ควรเอาความสงสัยมาปิดกั้นความรู้สึก
- ตัดความกลัว ความกังวล เพราะอาจไม่มีใครสนใจ
๓. ฝึกเขียน คนที่เขียนมีความสุขคือคนที่พูดไม่เก่ง -เขียนให้จบก่อนจึงจะเขียนได้จบ
-ปัญหาคือ สวิทการเขียนจะถูกปิดเมื่ออยู่หน้าจอคอม ต้องบึกทึกเทปไว้

......................
โครงการพระนักเขียน ภาคเหนือ อบรมระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ มูลนิธีหยดธรรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
.......................
โครงการพระนักเขียน ๔ ภาคเป็นการต่อยอดจากโครงการพระนักเขียน ซึ่งเกิดขึ้นจากคำแนะนำและสนับสนุนของพระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ โดยขบวนการอบรมเป็นการฝึกหัดการเขียนด้วยใช้กิจกรรมและมีบททดสอบตลอดการอบรม มีพระวิทยากรที่เป็นนักเขียนในกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ คือ ๑. พระมหาวีระพันธ์ ชุติปญฺโญ เจ้าของนามปากกา “ชุติปัญโญ”
๒. พระมหา ดร.ขวัญชัย กิตฺติเมธี เจ้าของนามปากกา “กิตติเมธี”
๓. พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป เจ้าของนามปากกา “ธรรมรตา” เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพระนักเขียนในครั้งนี้
.......................
จากการอบรมที่ผ่านมาทำให้พบคำถามของผู้เริ่มต้นเสมอ เช่น ทำไมต้องเขียน? เป็นคำถามแรกสำหรับผู้เข้าอบรม
ถ้าเราย้อนหลังไปตั้งแต่มนุษย์เริ่มเขียนตามผนังถ้ำ ทำให้เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ว่าเป็นนักบันทึกและช่วยทำให้เรารับรู้ และตั้งแต่เรามีการบันทึกเป็นพระไตรปิฎกทำให้เราได้เรียนรู้หลักธรรมอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น การเขียนคือการบันทึกประวัติศาสตร์การเรียนรู้ของมนุษย์ ถ้าไม่มีการบันทึกมนุษย์จะเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดและสิ่งดีงามก็จะจางหายไปในที่สุด เหมือนกับ “แสง” ไม่มีใครสามารถเห็นได้ แต่เพราะมีวัตถุตกกระทบ เราจึงเห็นว่า แสงเป็นสีนั้นสีนี้ เช่นเดียวกับความคิดของเราไม่สามารถเห็นได้ตราบเท่าที่เราไม่เอามาเขียนและบันทึกไว้ ไม่เช่นนั้นความคิดนั้นก็จะหายไปตลอดกาล หากคนสมัยโบราณไม่มีการเขียนอะไรไว้ตามผนังถ้ำ และไม่มีใครเขียนพระไตรปิฎไว้เราคงไม่เหลืออะไรให้ศึกษาและฝึกฝนตัวเราเองได้เลย

Powered by MakeWebEasy.com