พิธีเปิดโครงการพระนักเขียน ภาคเหนือ โดยพระวิทยากร กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯวัดสระเกศ

พิธีเปิดโครงการพระนักเขียน ภาคเหนือ โดยพระวิทยากร กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯวัดสระเกศ

พิธีเปิดโครงการพระนักเขียน ภาคเหนือ
โดยพระวิทยากร กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯวัดสระเกศ
..............................
พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป หัวหน้าโครงการพระนักเขียน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม
พระมหา ดร.ขวัญชัย กิตฺติเมธี ประธานกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม กล่าวเปิดและเล่าความเป็นมาของโครงการพระนักเขียน ๔ ภาค


โครงการพระนักเขียน ๔ ภาคเป็นการต่อยอดจากโครงการพระนักเขียน ซึ่งเกิดขึ้นจากคำแนะนำและสนับสนุนของพระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ โดยขบวนการอบรมเป็นการฝึกหัดการเขียนด้วยใช้กิจกรรมและมีบททดสอบตลอดการอบรม มีพระวิทยากรที่เป็นนักเขียนในกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ คือ ๑. พระมหาวีระพันธ์ ชุติปญฺโญ เจ้าของนามปากกา “ชุติปัญโญ” ๒. พระมหา ดร.ขวัญชัย กิตฺติเมธี เจ้าของนามปากกา “กิตติเมธี” ๓. พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป เจ้าของนามปากกา “ธรรมรตา” เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพระนักเขียนในครั้งนี้
จากการอบรมที่ผ่านมาทำให้พบคำถามของผู้เริ่มต้นเสมอ เช่น ทำไมต้องเขียน? เป็นคำถามแรกสำหรับผู้เข้าอบรม


ถ้าเราย้อนหลังไปตั้งแต่มนุษย์เริ่มเขียนตามผนังถ้ำ ทำให้เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ว่าเป็นนักบันทึกและช่วยทำให้เรารับรู้ และตั้งแต่เรามีการบันทึกเป็นพระไตรปิฎกทำให้เราได้เรียนรู้หลักธรรมอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น การเขียนคือการบันทึกประวัติศาสตร์การเรียนรู้ของมนุษย์ ถ้าไม่มีการบันทึกมนุษย์จะเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดและสิ่งดีงามก็จะจางหายไปในที่สุด เหมือนกับ “แสง” ไม่มีใครสามารถเห็นได้ แต่เพราะมีวัตถุตกกระทบ เราจึงเห็นว่า แสงเป็นสีนั้นสีนี้ เช่นเดียวกับความคิดของเราไม่สามารถเห็นได้ตราบเท่าที่เราไม่เอามาเขียนและบันทึกไว้ ไม่เช่นนั้นความคิดนั้นก็จะหายไปตลอดกาล หากคนสมัยโบราณไม่มีการเขียนอะไรไว้ตามผนังถ้ำ และไม่มีใครเขียนพระไตรปิฎไว้เราคงไม่เหลืออะไรให้ศึกษาและฝึกฝนตัวเราเองได้เลย
...
“อะไรคือสิ่งสำคัญของการเป็นนักเขียน” คำถามที่พบบ่อยอีกอัน และนักเขียนหลายคนมักจะตอบว่า “ถ้าเราจะเป็นนักเขียนต้องลงมือเขียนเลยเสียตอนนี้” แต่คำถามไม่ใช่แค่นั้น เพราะสำหรับผู้เขียนมือใหม่แล้ว ไม่ใช่ไม่อยากเขียน แต่จะเขียนอย่างไรและเอาอะไรมาเขียนต่างหากที่สำคัญไม่แพ้กัน...โครงการนี้จะช่วยตอบได้ด้วยการให้นักเขียนทุกคนได้รู้วิธีการหาข้อมูล และการวิธีการเรียบเรียงข้อมูลผ่านกิจกรรมที่ช่วยให้การฝึกเขียนได้ง่ายขึ้น
...
“ผมจะได้เป็นนักเขียนจริงๆ ใช่ไหม? หลังจากจบโครงการ” ผู้เข้าร่วมโครงการหลายคนตั้งความหวังไว้
ตลอดการอบรมโครงการพระนักเขียนมาทั้ง ๓ ภาค เราพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมยังต้องการฝึกอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เราจึงไม่ได้หวังว่าจะสร้างนักเขียนที่มีผลงานได้ดีที่สุดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แค่ ๓ วัน เพียงแต่ต้องการให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างผลงานเขียนและกล้าที่จะเขียน แม้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม แต่ความไม่สมบูรณ์นั้นมีนักปราชญ์ชาวเยอรมันชื่อ เบอร์ทรัล รัสเซลกล่าวว่า “งานเขียนอาจไม่ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะความไม่สมบูรณ์นั่นแหละอาจเป็นเสน่ห์ของหนังสือ เราอาจไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเขียนให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ควรคิดหวังประโยชน์ให้กับผู้อ่านได้มากที่สุด” ฉะนั้น เราจึงมาสร้างกำลังใจให้ผู้เข้าอบรมได้เดินตามสู่ความเป็นนักเขียนด้วยวิธีการแบบพี่สอนน้อง คือ นักเขียนรุ่นพี่ผู้ผ่านประสบการณ์การเขียนมาก่อนได้แนะนำและสอนผู้สนใจที่จะเป็นนักเขียนรุ่นต่อไป และเรียนรู้ความเป็นพระนักเขียน เพราะความเป็นพระนักเขียนนั้นจะต้องมีอัตลักษณ์ที่ดูน่าเลื่อมใส ใช้ภาษาน่าฟัง มีหลักธรรมชัดเจน จัดเจนเรื่องสังคม


ฉะนั้น เมื่อพิจารณาจากการทำโครงการพระนักเขียนตั้งแต่ค่ายภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ได้เห็นพระภิกษุและสามเณรที่มีความรู้ ความสามารถด้านการเผยแผ่เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะเน้นการบรรยาย และด้วยเนื้อหาความรู้ที่ท่านบรรยายทำให้พบว่า หากได้รับการฝึกฝนให้เขียนอย่างต่อเนื่องโดยมีการแนะนำตลอดจะสามารถผลิตงานเขียนที่มีคุณภาพได้เช่นกัน เพียงแต่คนที่จะช่วยเหลือชี้แนะนั้นหาได้ยาก แต่พอมีโครงการนี้เกิดขึ้นทำให้เห็นทุกรูปมีความหวังและกำลังใจที่อยากจะพัฒนางานเขียนของตนเองมากยิ่งขึ้น


ในนามตัวแทนของพระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) จึงขอให้ทุกท่านที่มาร่วมอบรมทางภาคเหนือได้ตั้งใจและนำเอาความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ในครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อเป็นนักเขียนต่อไป ขอเปิดโครงการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
………………………….
‪#‎พระนักเขียน‬ ‪#‎เพื่อชีวิตดีงาม‬ ‪#‎วัดสระเกศ‬ ‪#‎โครงการพระนักเขียน‬#มูลนิธิหยดธรรม

Powered by MakeWebEasy.com